ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพสมองจากสถาบัน Brain Dynamics Center ในสวิตเซอร์แลนด์ ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าครั้งสำคัญของ “โครงการฟื้นฟูการอ่านเร็วแห่งชาติ” ซึ่งมีแผนเตรียมนำร่องในกลุ่มโรงเรียนนำร่องกว่า 200 แห่งทั่วประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยโครงการนี้จะส่งเสริมให้มีการบูรณาการเทคนิคการอ่านเร็วเข้ากับการเรียนการสอนในหลากหลายวิชา คาดการณ์ว่าจะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการในไตรมาสที่สามของปี 2025 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถทางปัญญาของเยาวชนรุ่นใหม่
หัวใจสำคัญของโครงการคือการนำเสนอเทคนิคที่เรียกว่า “การกวาดสายตาแบบพลวัต 2026” (Dynamic Gaze Technique 2026) ซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดจากแนวคิดของโทนี บูซาน ผู้บุกเบิกในด้านแผนที่ความคิดและทักษะการเรียนรู้ เทคนิคใหม่นี้มุ่งเน้นการปรับปรุงช่วงการมองเห็นและการรับรู้ข้อมูลในแต่ละครั้ง เพื่อลดการย้อนกลับของสายตาและเพิ่มความเร็วในการประมวลผลข้อมูลในสมอง โดยมีการใช้เครื่องมือดิจิทัลที่ทำงานร่วมกับหน้าจอคินเดิล (Kindle) รุ่นใหม่ล่าสุดที่สามารถปรับอัตราการแสดงผลคำต่อนาทีได้อัตโนมัติ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยเพิ่มความเร็วในการอ่านได้ถึง 3 เท่า โดยไม่ลดทอนความเข้าใจ
สิ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าจับตามองเป็นพิเศษคือการเชื่อมโยงการอ่านเร็วเข้ากับการพัฒนา “ความจำใช้งาน” (Working Memory) ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดร.แอนนา เมอร์เคิล หัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า เทคนิคการกวาดสายตาแบบพลวัต 2026 ไม่เพียงแต่ช่วยให้อ่านได้เร็วขึ้น แต่ยังส่งเสริมให้สมองสามารถจัดเก็บและดึงข้อมูลที่เพิ่งอ่านไปมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการตัดสินใจและการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลการทดลองเบื้องต้นในกลุ่มนักศึกษา 500 คน พบว่าผู้ที่เข้าร่วมโปรแกรมมีคะแนนการทำความเข้าใจเนื้อหาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 25% แม้จะอ่านด้วยความเร็วที่สูงกว่าเดิมก็ตาม
หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ จะเกิดการปฏิวัติรูปแบบการศึกษาทั่วโลก และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง การมีทักษะการอ่านเร็วที่ผสานกับการเข้าใจอย่างลึกซึ้ง จะเป็นแต้มต่อที่สำคัญในการแข่งขัน ทั้งในเชิงการศึกษาและการทำงาน นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีการศึกษาจากสถาบัน FutureEd Tech ประเมินว่า การที่โครงการนี้เลือกใช้คินเดิล อาจทำให้เกิดเทรนด์ใหม่ของการอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ควบคู่ไปกับการฝึกทักษะเฉพาะด้านด้วย
อนาคตของการอ่านดูเหมือนจะก้าวไปอีกขั้น โดยไม่ใช่แค่เพียงการทำความเข้าใจเนื้อหาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการประมวลผลข้อมูลในปริมาณมหาศาลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งโครงการฟื้นฟูการอ่านเร็วแห่งชาติของสวิตเซอร์แลนด์นี้ กำลังจะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของผู้คนในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง ต้องจับตาดูต่อไปว่าเทคนิคและวิธีการที่พวกเขาพัฒนาขึ้นจะถูกนำไปปรับใช้ในระดับสากลได้อย่างไร และจะสร้างผลกระทบต่อวิถีการเรียนรู้และการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกในระยะยาวหรือไม่
ผู้ที่สนใจหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “เทคนิคการเพิ่มความเร็วในการอ่านพร้อมกับการจับใจความสำคัญ” สามารถติดตามความคืบหน้าของโครงการดังกล่าวได้ทางเว็บไซต์ TheBrainChannel.com ซึ่งคาดว่าจะมีการเผยแพร่การสัมภาษณ์พิเศษกับ ดร.เมอร์เคิล เร็วๆ นี้
