โพโมโดโร: เพิ่มสมาธิและประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล

ความดันในการทำงานยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการประชุมออนไลน์และการแจ้งเตือนตลอดเวลา ทำให้หลายคนรู้สึกว่าพลังงานชีวิตถูกบั่นทอนไปอย่างรวดเร็ว คุณพิมพ์ชนก แสงอำไพ วัย 32 ปี หนึ่งในพนักงานของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำย่านสุขุมวิท ประสบปัญหาสมาธิกระเจิงกับการทำงานแบบไฮบริดมานานนับปี เธอเล่าว่า “รู้สึกเหมือนสมองไม่เคยได้พักจริง ๆ พอต้องสลับการทำงานที่บ้านกับออฟฟิศ ยิ่งทำให้ชีวิตวุ่นวาย ต้องจัดการงานบ้าน ควบคู่ไปกับเดดไลน์งาน จนบางทีก็ลืมไปเลยว่ากำลังทำอะไรอยู่” ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่กำลังเป็นปัญหาที่แพร่หลายในหมู่คนทำงานยุคดิจิทัล

แต่สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อคุณพิมพ์ชนกได้เข้าร่วมเวิร์คช็อป “Focus Fest 2026” ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสถาบันพัฒนาศักยภาพมนุษย์แห่งประเทศไทย ที่นั่นเองเธอได้ทำความรู้จักกับ เทคนิคโพโมโดโร หรือ “มะเขือเทศ” อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่การจับเวลา 25 นาทีทำงานและพัก 5 นาทีแบบผิวเผิน แต่เป็นการทำความเข้าใจหลักการเบื้องหลังที่แท้จริงของการบริหารเวลาและพลังงาน “เหมือนได้ค้นพบวิธีถอดปลั๊กสมองตัวเองชั่วคราว ทำให้การพักเบรคสั้นๆ กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูพลังงานที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การเลื่อนดูโซเชียลไปวันๆ” คุณพิมพ์ชนกกล่าว พร้อมเผยรอยยิ้มอย่างมีความสุข

จากเดิมที่เคยรู้สึกเหนื่อยล้าแม้จะยังไม่ถึงช่วงบ่าย คุณพิมพ์ชนกเริ่มประยุกต์ใช้เทคนิคโพโมโดโรอย่างจริงจังในชีวิตประจำวัน สิ่งที่เธอค้นพบไม่ใช่แค่การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังรวมถึงการจัดการกับงานบ้านและการเรียนรู้คอร์สออนไลน์หลังเลิกงาน เทคนิคนี้ช่วยให้เธอสามารถแบ่งงานใหญ่ออกเป็นส่วนเล็กๆ และจัดการมันได้อย่างเป็นระบบ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่ง เธอสามารถส่งงานได้ทันเวลาก่อนกำหนด และยังมีเวลาเหลือไปพัฒนาตัวเองในด้านอื่นๆ ที่สนใจ อาทิ การเรียนภาษาต่างประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารเวลาจากสถาบันเดียวกัน ได้แสดงความเห็นว่า “โพโมโดโรไม่ใช่แค่เทคนิคการจับเวลา แต่มันคือปรัชญาการทำงานที่เน้นการสร้างสมาธิและการพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ ในยุคที่สิ่งรบกวนมีอยู่รอบตัว การโฟกัสเป็นสิ่งที่มีค่า เทคนิคนี้ช่วยให้เราได้ฝึกฝนกล้ามเนื้อแห่งสมาธิ ทำให้สามารถกลับมาควบคุมชีวิตการทำงานและการเรียนรู้ของเราได้อีกครั้ง” เขายังย้ำอีกว่า การพักเบรคคือหัวใจสำคัญ ที่หลายคนมักมองข้าม

เหตุการณ์ของคุณพิมพ์ชนก สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่คนทำงานยุคใหม่ต้องหันกลับมาทบทวนวิธีการทำงานของตนเอง การยึดติดกับปริมาณงานโดยไม่สนใจคุณภาพของสมาธิ อาจส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจในระยะยาว การนำ เทคนิคโพโมโดโร มาประยุกต์ใช้อย่างจริงจัง ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยสร้างสมดุลให้กับชีวิต ทำให้เราสามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในโลกดิจิทัลได้อย่างไม่เหนื่อยล้า